วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

บทที่6
สุดท้าย วันที่ยิ่งใหญ่ก็มาถึง ไฮดี้เห็นผู้คนกลุ่มหนึ่งอยู่ด้านล้างภูเขา และก็เขามาใกล้เรื่อยๆ ไฮดี้ก็เรียกย่าและร้องไห้ จากนั้นเธอก็วิ่งไปกับพวกเขา แคลร่าก็ถามไฮดี้ว่า เธออยู่ที่นี้หรอ มันสวยมากจริงๆ ไฮดี้ยิ้ม และย่าก็อุ้มไฮดี้ เมื่อพวกเขามาถึงกระท่อม ปู่ก็รอกำลังรอคอยพวกเขาอยู่ และเขาก็ทักทายอย่างเป็นมิตร ในไม่ช้าปู่และย่าก็พูดกันและและหัวเราะกันที่หน้ากระท่อม หลังจากที่ย่าให้แคลร่าในในรถเข็น ไฮดี้ก็พาเธอไปเดินเล่น เมื่อพวกเขากลับมา แคลร่าไม่สามารถหยุดพูดเกี่ยวภูเขาที่สวยงามได้ ย่ายิ้มและพูดว่า ฉันจะพักอยู่ในโรงแรมในเมืองที่ใกล้ที่สุด แต่คุณอยากจะพักที่นี้ในภูเขากับไฮดี้ใช่ไหม แคลร่าก็ถามว่า พักที่นี้ได้ด้วยหรอ ได้สิ คุณพักที่นี้ได้ ดีเลย แคลร่าร้องไห้อย่างตื่นเต้น แคลร่ารักบ้านใหม่ของเธอ และอากาศของภูเขา และสิ่งมีประโยชน์ เธอรู้สึกแข็งแรงขึ้นทุกวัน แต่ไม่ทุกคนที่มีความสุขเกี่ยวกับสิ่งนั้น ทุกๆตอนเช้า เมื่อปีเตอร์มาดูแลแกะ เขาถามไฮดี้ว่า วันนี้จะขึ้นไปบนภูเขาไหม ไฮดี้ก็ตอบว่าไม่ ฉันไม่สามารถดันรถเข็นของแคลร่าขึ้นไปได้ ดังนั้นฉันจะต้องอยู่ที่นี้กับเธอ และแล้วก็ทำให้ปีเตอร์โกรธ และเช้าวันหนึ่ง ไฮดี้ยิ้มกับปีเตอร์และพูดว่า แคลร่าและฉันสามารถขึ้นไปบนภูเขากับคุณได้ในวันนี้ เพราะว่า ปู่จะขึ้นไปด้วย และเขาสามารถดันรถเข็นขึ้นไปได้ ปีเตอร์ก็ไม่พูดอะไร แต่เมื่อไม่มีใครสังเกตุ เขานำรถรถเข็นของแคลร่าและเขาก็ผลักให้รถเข็นวิ่งออกไปพ้นทาง แคลร่าร้องไห้และถามว่ารถเข็นของฉันอยู่ที่ไหนเมื่อปู่นำเธอออกมาจากกระท่อม ปู่และไฮดี้ก็หารถเข็นกันทุกที่ แต่ก็ไม่เจอ ไม่นะ ตอนนี้ฉันไม่สามารถขึ้นไปบยนภูเขาได้แล้วปู่ก็บอกว่าได้สิ และเขาก็พาเธอขึ้นไป และปู่ก็วางเธอลงในทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ และเขาไปหารถเข็นอีกครั้ง สุดท้าย เขาก็เจอมันที่ข้างล่างหน้าผา และเขาก็ร้องไห้ ตอนแรก แคลร่ามีความสุขบนภูเขามาก แต่เมื่อเธอเห็นดอกไม้ที่สวยงามบางดอกที่อยู่ห่างไกลจากเธอบนทุ่งหญ้า เธอรู้สึกเศร้าเพราะเธอไม่สามารถเดินไปชมดอกไม้แถวนั้นได้ ไฮดี้บอกว่า ฉันไม่สามารถพาเธอไปได้ แคลร่าก็บอกว่าว่าใช่ คุณจะต้องเเข็งแรงกว่านี้ รอสักครู่นะ ฉันคิดอะไรได้แล้ว และเธอก็ร้องไห้ ปีเตอร์ก็เดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ เขาพูดอย่างโมโหว่า ฉันต้องการนำแคลร่าไปชมดอกไม้ คุณช่วยฉันได้ไหม แคลร่ายืนขึ้น ปีเตอร์และไฮไดท์ช่วยกันประคับประคองเธอ ด้วยความช่วยเหลือของพวกเขา เธอเคลื่อนที่อย่างช้าบนทุ่งหญ้า เธอชมดอกไม้ ทันใดนั้นเธอก็เดินไปชมดอกไม้คนเดียว ไฮดี้ร้องไห้ คุณเดินได้แล้ว ใช่ ไฮดี้ ฉันเดินได้แล้ว วันต่อมา ย่าของแคลร่าเยี่ยมพวกเขา ย่าบอกเธอเกี่ยวกับรถเข็น เมื่อแคลร่าเดินอยู่ข้างหน้าเธอ ย่าไม่เชื่อตาตัวเอง ทันใดนั้น เธอเขียนจดหมายถึงลูกชายของเธออย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นในไม่ช้า เฮอร์ก็มาถึง เมื่อเขาอยู่ใกล้กระท่อมของปู่ แคลร่าและไฮดี้ก็เดินมาหาเขา เขาก็ร้องไห้ และพูดว่า คุณกำลังเดินอยู่นี่ ใช่ค่ะพ่อ คุณควรขอบคุณไฮดี้และปู่ของเธอสำหรับสิ่งนั้น ต่อมาในวันนั้น จะเป็นเวลาที่เซสเมนจะต้องออกไปจากที่นี้ ปู่มีการพูดคุยกับปีเตอร์เบาๆ คุณขอโทษเกี่ยวกับเรื่องรถเข็นของแคลร่า ฉันรู้ และคณเป็นเด็กที่ไม่ดี ดังนั้น ฉันเลยโกรธคุณ ทุกคนสามารถทำสิ่งที่ผิดพลาด และตอนนี้แคลร่าไม่ต้องการรถเข็นอีกแล้ว เธอสามารถเดินได้ ดังนั้นได้โปรดอธิฐาน คุณอยากได้อะไรมากที่สุด เขาตอบว่านกหวีด ย่าหัวเราะ และให้เงินแก่เขาจำนวนหนึ่ง ด้วยสิ่งนี้ คุณสามารถ ซื้อนกหวีดอันใหม่ได้ทุกสัปดาห์สำหรับห้าสิบปีข้างหน้า หลังจากนั้น เธอและเฮอร์ก็พูดกับย่า เฮอร์ก็พูดว่า พวกเราสามารถขอบคุณคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างไร ย่าตอบว่าคุณไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ไม่นะ เราต้องขอบคุณ ได้โปรดอธิฐาน เขาบอกว่า อธิฐานสำหรับไฮดี้นะ ไม่ใช่ฉัน ย่าก็ถามว่า สำหรับไฮดี้หรอ ใช่ เธอมีความสุขกับที่นี่ในภูเขามากกว่าในเมืองหรือหมู่บ้าน ดังนั้น ฉันต้องทิ้งกระท่อมของฉันไว้ให้เธอเมื่อฉันตาย เฮอร์ยิ้มและพูดว่า เมื่อไฮดี้มีเงินที่เธอต้องการเพื่อที่จะอยู่ที่นี้ มันคือของขวัญของเราแก่ไฮดี้ เธอใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้นในภายหลัง หลังจากนั้นแคลร่าอุ้มไฮดี้ และก็บอกลาอย่างเศร้าใจ เมื่อแคลร่าพูด แต่ฉันจะกลับมาในช่วงฤดูร้อนข้างหน้า และทุกๆฤดูร้อนหลังจากนั้น ฉันสัญญา แล้วพบกันในช่วงฤดูร้อนหน้า ไฮดี้หัวเราะ ฉันไม่สามารถรอได้ และไม่นานหลังจากนั้นเฮอร์ ย่า และแคลร่าก็เริ่มต้นการเดินทางกลับบ้านที่ยาวไกล


บทที่ 5
เมื่อเฮอเซสแมนเห็นใบหน้าของหมอคลาสเซินที่เศร้าหมอง ทันใดนั้นก็มีความคิดขึ้นมา เขาพูดว่า คุณอยากจะไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์ไหม คุณสามารถไปเยี่ยมไฮดี้ และเมื่อคุณกลับจากเมืองแฟรงค์เฟริท คุณสามารถตอบคำถามของฉันอย่างถูกต้อง แคลล่าลูกสาวของฉันสามารถร่วมเดินทางในครั้งนี้ได้ไหม เป็นความคิดที่ดีจริงๆ หมอคลาสเซินพูด คุณต้องการจะไปใช่ไหม หมอก็หัวเราะและก็พูดว่า แน่นอน ทุกๆตอนเช้าของช่วงฤดูร้อนหลังจากไฮดี้กลับมา เธอขึ้นไปบนภูเขากับปีตอร์แล้วแพะของเขา   ปีเตอร์รักการใช้ชีวิตร่วมกันกับไฮดี้บนภูเขา แต่เขาไม่ได้บอกไฮไดท์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไฮดี้เสียใจมากในทันทีทันใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เธอรู้สึกดีขึ้นเมื่อหมอคลาสเซินบอกเธอ แคลร่าแล้วย่าจะมาเยี่ยมเธอในช่วงฤดูหนาวนี้ หมอชอบพูดกับย่า และก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีกันในไม่ช้า พวกเขาไปเดินเล่นเป็นเวลานานบนภูเขาที่สวยงามที่อยู่ใกล้ๆทุกวัน การพูดที่น่าสนใจของพวกเขา การเดินเพื่อสุขภาพของเขา และอากาศบนภูเขาดีสำหรับหมอมาก และในไม่ช้าเขารู้สึกดีขึ้นอีกครั้ง เมื่อเขากลับมาที่เมืองแฟรงเฟริท เขากลายเป็นคนใหม่ที่มีความสุขมากขึ้น เมื่อฤดูหนาวมาถึง ปู่ก็ย้ายจากกระท่อมบนเขาลงมาที่เมืองดอร์ฟลี ไฮดี้ไปโรงเรียนชนบท เธอชอบการเรียนรู้ที่นั้นนั้นมาก และเธอก็เป็นนักเรียนที่ดี ช่วงฤดูหนาวปีนั้นแย่มากพร้อมกับหิมะที่เยอะ ดังนั้นปีเตอร์จึงไม่สามารถลงเขาเพื่อไปโรงเรียนได้ทุกวัน แน่นอน เขาจึงเสียใจเกี่ยวกับสิ่งนั้นมาก วันหนึ่ง หลังจากโรงเรียนเลิก ไฮไดท์ขึ้นไปบนภูเขาเพื่อที่จะไปเยี่ยมเขาและย่า บ้านหลังเล็กๆของพวกเขาหนาวเย็นและมืดมิด และย่ากำลังรู้สึกไม่ดีเลย แต่เมื่อไฮดี้อ่านหนังสือให้ย่าฟัง และย่าก็ยิ้ม คุณต้องการอ่านหนังสือให้ย่าฟังด้วยใช่ไหม ไฮดี้ถามปีเตอร์วันถัดไปที่โรงเรียน เธอชอบแบบนั้น ฉันรู้ แต่ฉันไม่สามารถทำได้ คุณก็รู้ ปีเตอร์ตอบเธออย่างโมโห คุณสามารถเรียนเพื่อที่จะทำสิ่งนั้น ฉันสามารถสอนคุณ ไฮดี้พูด และดังนั้น ทุกๆตอนบ่าย ปีเตอร์ไปเยี่ยมไฮดี้ และเธอสอนเขา เธอเป็นครูที่ดีและในไม่ช้าปีเตอร์สามารถอ่านหนังสือให้ย่าฟังได้อย่างดี สิ่งนี้ทำให้ย่ามีความสุขมากๆ เมื่อฤดูหนาวที่แสนยาวนานผ่สนพ้นไป ฤดูใบไม้ผลิก็มาถึงภูเขา ไฮดี้รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น ทุกๆวันเธอรอคอยและมองหาแคลร่าและย่าของเธอ เธอก็คิดอยู่ตลอดว่า พวกเขาจะมาเมื่อไหร่




บทที่ 4

เฮอเซสแมนทำอะไรสักอย่างได้ไหม ฉันไม่สามารถทนความเจ็บปวดได้แต่ก็เธอไม่สามารถทิ้งเพื่อนของเธอได้ ในตอนจบเขาได้พบคำตอบของปัญหานี้เขาพูดกับผู้หญิงสองคนว่าคุณคิดถึงบ้านมากๆ เขาพูดกับไฮดี้และคุณจำเป็นต้องกลับไปบ้านไปยังบนภูเขา หมอกลาสเซส พูดสิ่งนี้และเขาก็คิดอย่างนั้น ได้โปรดเถอะคิดถึงไฮดี้ดีกว่านี้ตอนนี้ อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอแต่ฉันสาบานว่าคุณสามารถไปเยี่ยมเธอในสวิสเซอร์แลนด์ได้ในไม่ช้านี้แล้วก็พูดกับไฮดี้ว่า มือของคุณพร้อมหรือยัง เพราะว่าการเดินทางของเราจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้เช้าตอนเช้าตรู่ 2 วันต่อมาไฮดี้มาถึงบ้านของลูฟี่ ก่อนที่เธอจะไปพบปู่ที่กระท่อมเล็กๆเธอไปเยี่ยมบ้านของปีเตอร์ ให้ของขวัญพิเศษจากโคราชเพื่อให้กับแม่ของปีเตอร์และยากของปีเตอร์ขอบคุณมากพวกเขาพูดว่าฉันนั้นตอนนี้อย่าไปเลยฉันจะต้องไปแต่ฉันไม่สามารถกลับมาพรุ่งนี้ให้ได้สัญญาแล้วเธอก็รีบขึ้นไปบนภูเขา เมื่อเธอมาถึงกระท่อมเล็กๆของปู่เธอเรียกปู่ว่าฉันกลับมาแล้วปูก็มาข้างนอกของกระท่อมเล็กๆและมองดูให้ได้เธอดูเขาดูประหลาดใจมากทันทีทันใดนั้นเขาก็ใช้แขนของเขาสัมผัสแขนดี้ และเขาก็พูดว่านี่เป็นเธอจริงเหรอ ในวันถัดมาไฮดี้ไปเยี่ยมย่าอีกครั้ง ดีล่ะ คุณชอบที่จะอยู่ในเมืองแฟรงคเฟริทไหม ย่าถามไฮดี้ และเธอก็บอกย่าเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างให้ทันทีทันใดนั้นให้ได้ก็จำบางสิ่งบางอย่างและเสียงหัวเราะและฉันสามารถอ่านได้ไหมตอนนี้ฉันอ่านให้คุณฟังได้ไหม และย่าก็ตอบว่าได้ เป็นเวลา 1 ชั่วโมงถัดไปให้ได้อ่านหนังสือให้ย่าฟัง คุณสามารถอ่านได้ไพเราะ ย่าพูดเมื่อเธออ่านเสร็จ กลับไปที่กระท่อมบ้านเล็กๆของปูปูให้ หนังสือที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ให้ได้และเขาก็พูดว่าอ่านให้ฉันฟังเธอให้ได้เปิดหนังสือและอ่านเรื่องราวที่วิเศษให้ปู่ฟังเพื่อให้ได้หยุดอ่านปู่ก็เงียบมาก ไม่พูดอะไรตอนเช้าวันอาทิตย์ถัดไป เขานำให้ได้ไปที่โบสถ์และประชาชนที่อยู่ที่นั่นรู้สึกประหลาดใจเมื่อพวกเขาเห็นปู่มากับหลานสาวของเขา เมื่อทุกคนออกไปจากโบสถ์แล้ว เขาก็เข้าไปหาบาทหลวง และพูดว่าฉันจะมาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ในช่วงฤดูหนาว ไฮดี้สามารถไปโรงเรียนได้อย่างสะดวก บาทหลวงก็ยิ้ม และยินดี กลับไปที่เมืองแฟรงเฟริท แคลร่าถามเฮอเซสเมนทุกวันว่า พ่อเราสามรถไปเยี่ยมไฮดี้ได้เมื่อไร และพ่อก็ตอบเสมอว่า ในไม่ช้าครับลูก แต่เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับการผจญภัยที่ยาวนาน เขารู้สึกกลัว และเขาก็คิดว่า มันเป็นความคิดที่ดี ในตอนจบ เขาพูดกับด็อกเตอร์คลาสเซ็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า แคลร่าสามารถไปเยี่ยมไฮดี้ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงได้ไหม และหมอก็ตอบว่าอย่างเศร้าๆว่า ไม่ครับ การเดินทางผจญภัยมีเวลานาน และลูกสาวของคุณก็ยังไม่แข็งแรงดี คุณจะต้องดูแลลูกสาวของคุณให้ดี ฉันเข้าใจดี ตอนนี้ ฉันอยู่คนเดียวเพราะว่าลูกสาวของฉันตายแล้ว แต่ฉันก็ไม่เคยลืมเธอ
             บทที่3
ตอบฉัน คุณกำลังจะไปไหน แม่บ้านถามไฮไดท์อย่างโมโห ไฮไดท์ตอบว่า กลับบ้าน แต่นี้คือบ้านของคุณแล้วนะ คุณต้องการจะทิ้งแคลร่าไว้ที่นี้คนเดียวอย่างนั้นหรอ ไฮไดท์ก็ตอบว่าไม่นะ แต่ฉันต้องไปหาปู่ ฉันคิดถึงเขา คิดถึงปีเตอร์ คิดถึงปู่ คิดถึงแพะ และคิดถึงภูเขา ฉันไม่ต้องการอยู่กับพวกเขา ใบหน้าของแม่บ้านกำลังโกรธจนหน้าแดงในตอนนี้ และพูดว่า คุณเป็นเด็กที่ไม่ดี และเธอก็ร้องไห้ กลับไปที่ห้องของเดียวนี้ และห้ามออกจากบ้านอีก วันสองวันต่อมา แคลร่าเรียกไฮไดท์ให้มายังห้องของเธอ พ่อของฉันอยู่บ้าน เธอพูดอย่างมีความสุข และเขาต้องการเพื่อที่จะพูดกับเราสองคน ต่อมา เซสแมนก็เข้ามา เขาอุ้มแคลร่า หลังจากนั้นเขาก็พูดดีกับเธอและไฮดี้ จากนั้นเขาก็ยิ้ม และเดินจากพวกเขาไป เขาไปหารและบอกเธอว่า คุณทำผิดต่อให้ดีมาก เธอไม่ใช่เป็นเด็กที่ไม่ดีนะ เพราะแคลร่าชอบเธอมากๆ และไฮดี้ก็ดีกับลูกสาวของฉัน โรเม็ทตี้เออ ก็เริ่มพูดว่า ดังนั้น ห้ามบอกฉันถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเด็กหญิงชาวสวิสเซอร์แลนด์อีก คุณเข้าใจไหม โรเม็ทตี้เออ ก็ตอบว่า เข้าใจค่ะ ตอนนี้ ฉันจะออกจากงานในสองวันนี้ แต่แม่ของฉันกำลังมาที่นี้ในไม่ช้า ฉันไม่ต้องการมีปัญหาเมื่อเธอมาอยู่ที่นี้ แม่บ้านก็บอกว่า ไม่หรอก ย่ารักไฮดี้มากเมื่อพวกเขาได้เจอกันครั้งแรก และย่าก็ดีกับเธอมากๆ เธอให้หนังสือรูปภาพแกไฮดี้พร้อมความช่วยเหลือ ไฮดี้เรียนการอ่านในไม่ช้า และไฮดี้รัการอ่าน เธอลืมว่าเธอคิดถึงบ้านเพราะหนังสือที่อยู่ในมือของเธอ แคลร่ากับไฮดี้มีความสุขเมื่อย่าพักอยู่กับพวกเขา แต่หลังจากที่ย่าไม่อยู่ ไฮดี้รู้สึกคิดถึงบ้านมากกว่าเมื่อก่อน ในบางวัน สิ่งแปลกๆเริ่มเกิดขึ้นในบ้านสกุลเซสเมน ทุกๆตอนเช้า ประตูหน้าเปิดขึ้น เฟราเลน บอกคนใช้สองคนว่า บางทีอาจาจะเป็นผีก็ได้ คุณจะต้องดูที่ห้องโถงคืนนี้ เมื่อพวกเขาเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เป็นสีขาวในห้องโถงที่มืดสนิท พวกเขาวิ่งและบอกแม่บ้าน เฮอร์ เซ็สแมนก็มาถึงในวันถัดไปในช่วงบ่าย และพูดกับคนใช้ พวกเขาบอกเกี่ยวกับสิ่งสีขาวในความมืด หลังจากนั้น เขาก็พูดเกี่ยวกับเรื่องผีเป็นเวลานานกับเพื่อนของเขาที่เป็นหมอ กลางดึกของคืนนั้น พวกทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงจากห้องโถง นันคืออะไร พวกเขาก็เดินเข้าไปดู นั้น ใกล้ประตูที่เปิดอยู่ ไฮดี้ใส่ชุดนอนสีขาว เธอกำลังเดินและละเมอ เฮอเซสแมนก็ร้องไห้ เธอกำลังทำอะไรอยู่ที่นั้น เธอลืมตา เธอก็ถามว่า ฉันอยู่ที่ไหน เขาพาไฮดี้ไปที่ห้องของเขา และพูดกับเธออย่างเงียบๆ คุณไม่มีความสุขเลย มีปัญหาอะไรหรอ ในตอนแรก เธอไม่บอกอะไรกับพวกเขา แต่สุดท้ายเธอก็ยอมพูด ทุกๆคืนฉันฝันเห็นภูเขาและบ้าน ฉันได้ยินเสียงลม และฉันก็ไปที่ประตูของกระท่อมหลังเล็กและมองออกไปข้างนอก ในตอนเช้า ฉันกลับไปที่เมืองแฟรงค์เฟริท เธอก็เริ่มร้องไห้ และหมอก็บอกว่าอย่าร้องเลย ทุกๆปัญหามีคำตอบ เขากลับไปหาเฮอร์เซสแมน ไฮดี้ป่วยหนัก และเขาพูดว่า เอจะต้องออกจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ทันที








บทที่ 2

บาทหลวงพูดว่าไฮดี้ใกล้จะแปดขวบแล้ว เมื่อฤดูหยาวมาถึง เธอจะต้องไปโรงเรียน ผ่านท่ามกลางหิมะหรอ ฉันไม่สามารถส่งเธอลงจากภูเขาได้ ปู่พูด ไม่หรอก บาทหลวงยิ้ม แต่คุณสามารถลงไปและอยู่ในบ้านของคุณหลังเก่าๆในเมืองดรอฟลีในช่วงฤดูหนาวนี้ ไฮดี้สามารถไปโรงเรียนได้อย่างสะดวกจากที่นั้น ปู่ก็ปฏิเสธ ชาวบ้านไม่ชอบฉัน มันไม่จริง บาทหลวงตอบ ได้โปรดกลับมาที่หมู่บ้านช่วงฤดูหนาวเถิด ปู่ก็ปฏิเสธอีก และหลังจากนั้นบาทหลวงก็ออกไปในไม่ช้า เขาไม่มีความสุข วันต่อมา ป้าเดทตี้ก็มาถึงกระท่อม ปู่ก็ร้องไห้และถามว่า ทำไมคุณมาที่นี้ เธอพูดว่า มาหาไฮดี้ ฟังนะ ฉันกำลังทำงานเพื่อครอบครัวในเมือง     แฟรงเฟริท หนึ่งในเพื่อนของเขา ชื่อว่าเฮอเซสแมน มีเงินจำนวนมาก แต่ลูกสาวของเขาชื่อว่า แคลร่าได้ป่วยหนัก เธอนั้งในรถเข็นพยาบาล เฮอเซสแมนได้ห่างจากบ้านเพื่อไปทำงานบ่อยครั้ง และแคลร่าคิดถึงแม่ของเธอ เธอต้องการเพื่อนที่อายุน้อย ไฮดี้สามารถมาและมาอยู่ในบ้านที่วิเศษของพวกเขา เล่นกับแคลร่า สวมใส่สิ่งที่สวยงาม และเรียนรู้ ปู่ก็พูดอย่างโมโหว่า หยุดเดี๋ยวนี้นะ แต่เด็ทตี้ไม่หยุด เธออายุใกล้จะแปดขวบและเธอไม่สามารถอ่าน เธอไม่สามารถอยู่ที่นี้ได้ ปู่มองไปที่เด็ทตี้อย่างเข้มงวด แล้วก็นำเด็กออกไป เขาร้องไห้ แต่ฉันไม่อยากพบเธอที่นี้อีกครั้ง และเขาก็ออกจากกระท่อมโดยเร็ว ฉันจะไปกับคุณ ไฮดี้ร้องไห้ และก็จูงมือไฮดี้ขึ้นไปบนภูเขา สองวันต่อมา พวกเขามาถึงที่บ้านของเซสแมนในเมืองแฟรงเฟริท แคลร่าชอบไฮดี้ทันทีทันใด แต่รอทเท็นเมเออร์ ซึ่งเป็นแม่บ้านต้องการให้ออกไปพ้นๆจากบ้าน แคลร่าอายุสิบสองปีแล้ว ดังนั้นผู้หญิงตัวเล็กๆอายุแปดขวบสามารถเป็นเพื่อนของเธอได้อย่างไร นำเธอออกไปให้พ้นๆ แต่ป้าก็บอกลาอย่างเร็ว และไฮดี้ก็นั้งพัก ไฮดี้ชอบแคลร่ามาก แต่เธอคิดถึงบ้านของเธอบนภูเขา จากหน้าต่างของเธอ เธอสามารถมองเห็นได้แค่บ้านเท่านั้น วันหนึ่งเธอวิ่งออกไปข้างนอกไปที่ถนนของเมืองแฟรงเฟริทและดูหอคอย บางทีจากที่นั่นเธอสามารถมองเห็นได้ดีขึ้น ในตอนจบเธอพบหอคอย และผู้ชายคนหนึ่งทีอยู่ที่นั้นนำเธอขึ้นไปบนหอคอย แต่สิ่งที่เธอสามารถมองเห็นเมื่อเธอมองผ่านไปยังหอคอย และเจอบ้านอีกหลังหนึ่ง เธอก็ร้องไห้และพูดว่า ภูเขาอยู่ที่ไหน ผู้ชายพูดว่า ไม่มีภูเขาที่นี้ แต่ฉันได้รับลูกแมวในห้องของฉัน คุณอยากจะได้สักตัวไหม ไฮดี้ก็ตอบว่าได้ และเธอก็ร้องไห้ เขาให้ลูกแมวสองตัวแด่ไฮดี้ เธอใส่แมวไว้ในกระเป๋าในทันที และแล้วก็เดินกลับไปอย่างรวดเร็วไปเพื่อไปยังบ้านของเซสแมน เมื่อเธอมาถึงฟราวไลน์ โรเท็นมิโอก็โกรธขึ้นมา และพูดว่า คุณจะต้องไม่ออกไปจากที่นี้คนเดียวอีกครั้ง คุณนี้แย่มาก ทันที่ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงที่ประหลาดจากไฮดี้ และเสียงแมวก็ร้องขึ้น และฟราวไลน์ รอทเท็นมิเออก็ร้องไห้ ไฮดี้ยิ้มและเรียกแมวและนำแมวออกมาจากกระเป๋า และฟราวไลน์ก็พูดว่าเอาออกไปให้พ้น และเธอก็ร้องไห้ เพราะเธอไม่ชอบแมว แคลร่าชอบแมวดังนั้นจึงให้แมวอาศัยอยู่ด้วย หลังจากนั้น แม่บ้านก็รู้สึกไม่ดีต่อไฮดี้มากขึ้นเรื่อยๆ และเธอก็รู้สึกคิดถึงบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ และเธอคิดว่า เธอจะต้องออกไปจากที่นี้ทันที ในบางสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอพร้อมแล้ว ในเช้าตรู่ของวันหนึ่งเธอกำลังเดินออกจากประตูด้านหน้า เมื่อมีบางคนที่อยู่ข้าวหลังเธอพูดว่า โอ้ ไม่นะ ร็อทเก็ทตี้กำลังมองเธอด้วยสายตาที่โกรธ
Heidi
บทที่ 1
เช้าวันหนึ่งของเดือนมิถุนายนหญิงสาวคนหนึ่งและกับเด็กหญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังเดินขึ้นไปบนภูเขาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อพวกเขาไปถึงหมู่บ้านของเมืองดรอฟรี ผู้หญิงสาวที่แก่กว่าคนหนึ่งก็เรียกพวกเขาว่าเด็ทตี้ คุณกำลังจะไปไหนหรอ นั่นเป็นลูกสาวของน้องสาวคนสุดท้องของเธอใช่ไหม ใช่บาเบล ฉันกำลังนำเธอไปหาปู่ของเธอ ได้โปรดอย่าเลย เขาดูผิดปกติมากเลยตลอดหลายวันมานี้ เขาไม่เคยไปเที่ยวที่หมู่บ้านและเขาก็ไม่พูดกับใคร แต่ฉันได้งานใหม่ในเมืองแฟร็งเฟริท ฉันไม่สามารถดูแลเธอให้คุณได้ในตอนนี้ หลังจากนั้น ปีเตอร์ เด็กเลี้ยงแกะคนหนึ่งก็มาถึงเขาพาเด็ทตี้ และไฮดี้ขึ้นไปหา บ้านของผู้ชายคนหนึ่ง นี่ไงหลานสาวของคุณ เมื่อพวกเขามาถึง ผู้ชายคนนั้นก็พูดว่า เธอจะต้องพักกับคุณ ฉันไม่สามารถดูแลเธอได้อีกต่อไป อะไรนะ! ผู้หญิงแก่ก็ร้องไห้ ออกไปจากที่นี่เด็ทตี้ และไม่ต้องกลับมาอีกลาก่อนไฮดี้ เด็ทตี้พูด เธอลงไปจากภูเขาอย่างรวดเร็วปีเตอร์ ก็กลับไปหาแกะของเขา ไฮดี้ดูรอบรอบตัวเธอจะพูดว่าที่นี่สวยมากเลย และเขาก็ไม่พูดอะไรแต่เขาก็นำเธอไปที่บ้านหลังเล็กๆ ไฮดี้พบห้องที่สวยเป็นพิเศษที่นั่น มันคือเพิงเก็บหญ้า ในทุกๆตอนเที่ยงปู่ของเธอได้สร้างเก้าอี้เล็กๆสำหรับเธอ ตอนเย็นของวันนั้นเธอนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นเพื่อรับประทานอาหารเย็นและเธอก็รักมันมาก คืนนั้น มีหรือมีลมพัดแรงมาก ปู่ของเธอก็ไปที่เพิ่งหญ้า และไฮดี้กำลังหลับอยู่ที่นั่น เขาก็ยิ้มเมื่อเขาเห็นว่าสิ่งนี้ ทำให้ไฮดี้นอนหลับได้อย่างมีความสุข และในตอนเช้าตรู่ของวันถัดมา ปีเตอร์มาถึงบ้านหลังเล็กๆเพื่อมาดูแลแกะของปู่ของเขา และเขาก็ถามว่าปู่ว่า เขาสามารถพาไฮดี้ขึ้นไปบนเขากับได้ไหม ปูก็ถามว่าคุณต้องการจะไปจริงๆเหรอที่ เด็กเลี้ยงแกะก็ตอบว่าใช่ ปู่ก็ตอบว่าดูแลเธอดีๆล่ะ และแกะอยู่บนภูเขาก็กินอย่างหิวมาก ปีเตอร์นอนลง ไฮดี้นอนไม่หลับแล้วเธอก็ดูไปที่ดอกไม้ที่มีสีฟ้าและสีเหลือง ต่อมาปีเตอร์ลุกขึ้น และพูดว่า ถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้ว ไฮดี้เลี้ยงอาหารมื้อเที่ยงแก่เขาเพราะว่าเขาไม่ได้กินอะไรมากมายทันทีทันใดนั้นปีเตอร์ก็ลุกตื่นขึ้น และตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้หน้าผา ปีเตอร์เริ่มที่จะวิ่งเข้าไปที่แกะตัวนั้น แต่เขาก็ล้มลง ไฮดี้ก็เก็บดอกไม้มาบางชนิด และเรียกแกะกลับมาอย่างรวดเร็ว แกะก็เดินเข้ามาที่เธอ และออกห่างจากหน้าผา ปีเตอร์เริ่มที่จะตีแกะด้วยอารมณ์ที่โกรธ หยุดเดี๋ยวนี้นะไฮดี้ร้องไห้ และเขาก็ถามว่า ฉันขออาหารมื้อเที่ยงของคุณในวันพรุ่งนี้ได้ไหม และเธอก็ตอบว่าได้สิ ทุกวันเลยแต่สัญญากับฉันจากสิ่งหนึ่งได้ไหมว่าจะไม่ตีแกะอีก ปีเตอร์ก็บอกว่าได้เลยและเขาก็หัวเราะ เมื่อกลับไปที่บ้านของปู่ไฮดี้ได้พูดเกี่ยวกับวันพิเศษของเธอว่า ไม่นานหลังจากนั้นเธอก็นอนหลับอย่างมีความสุขในเพิงหญ้า ทุกทุกวันไฮดี้ขึ้นไปที่บนภูเขากับปีเตอร์ แต่ในไม่ช้าของวันหนึ่ง อากาศหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาวและปีเตอร์จะต้องออกจากภูเขาเพื่อไปโรงเรียนในเมืองดอร์ฟลี แต่เขาไม่ชอบ วันหนึ่ง ปีเตอร์ มาที่บ้านของปู่และก็ถามว่า ไฮดี้สามารถเยี่ยมพวกเราได้ไหม ย่าก็ต้องการที่จะพบเธอ ปู่ก็ตอบว่าได้เลย 2 วันหลังจากนั้น ปู่นำไฮดี้ไปที่บ้านของย่า สวัสดีฉันฉันคือไฮดี้ เธอพูดอยู่ที่ประตู โอ้ ไฮดี้ เข้ามา ปีเตอร์พูดเกี่ยวกับเธอมากเลยผู้หญิงแก่พูด บริกก็อทตี้ เธอถามลูกสาวของเธอว่าฉันสามารถดูแลและบอกฉันเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเธอได้ไหม แล้วลูกสาวก็ตอบว่าบอกว่าเธอสวยมากเลยแม่ ไฮดี้ก็ถามย่าว่า ไม่เห็นหนูหรอ ไม่ใช่อย่างนั้น ตาของฉันไม่ดี ฉันมองใครไม่เห็นอีกแล้ว เธอเริ่มที่จะร้องไห้ในตอนนั้นแต่ผู้หญิงแก่ก็พูดว่าอย่าร้องไห้เลยบอกฉันมาว่าคุณจะอยู่ที่นี่กับปู่ไหม ทันทีทันใดนั้นก็มีเสียงดังในบ้านพังหลังนั้น บ้านหลังเก่าๆที่กำลังพังลง ฉันบอกคุณแล้ว ย่าพูด แม่ไม่สามารถนอนหลับในกลางคืนได้เพราะว่าบ้านหลังนั้นโดนพัดเป็นอย่างมาก กลับบ้านกันเถอะไฮดี้ถามย่าว่า ฉันสามารถซ่อมบ้านได้ไหม ในตอนจบเขาอนุญาตให้สร้างบ้านหลังจากนั้น เมื่อไฮดี้กลับมาเยี่ยมย่า ปู่ก็ไปด้วยและทำงานในบ้านหลังนั้นด้วย ในไม่ช้าทุกอย่างก็ดีขึ้นและสำเร็จไปด้วยดี และย่าก็สามารถนอนหลับได้ดีบนเตียงนอนของเธออีกครั้งหนึ่ง และสิ่งเหล่านี้คือเวลาแห่งความสุขสำหรับไฮดี้ แต่หลังจากนั้น 2 ปี นักบวชในหมู่บ้านก็มาเยี่ยมบ้านของปู่หนึ่งวัน เขามองมาที่ไฮดี้ และปู่ เขาก็ไม่ยิ้ม แล้วเขาก็พูดว่าทำไมฉันอยู่ที่นี่ ขอถาม พวกเขาคุณรู้ไหม







Learning Log 12
 การเข้าอบรมเชิงปฏิบัติเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทักษะ
การเรียนการสอนภาษาอังกฤษจากอดีตถึงปัจจุบัน เป็นกระบวนการการจัดการเรียนการสอนของครูและเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนการที่ครูจะจัดเตรียมการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพและเกิดผลแก่ผู้เรียน ครูจะต้องมีองค์ความรู้และความสามารถสามารถนำความรู้ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆที่อยู่ในชั้นเรียน นอกจากนี้กระบวนการที่ครูนำมาใช้ก็ขึ้นอยู่กับแนวคิดในการจัดการเรียนการสอนที่ถูกยึดเป็นหลัก ซึ่งทำให้คุณแสดงพฤติกรรมการเรียนการสอนและกำหนดทิศทางในการจัดการเรียนการสอนของครูด้วย ในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในอดีต มีการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นความสำคัญ และครูมีบทบาทมากที่สุด และให้ความรู้แก่นักเรียนในชั้นเรียนและครูผู้สั่งการบ้านหลังจากจัดการเรียนการสอนเสร็จ ในปัจจุบัน มีการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะในปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และครูจะมีบทบาทน้อยลงและผู้เรียนมีบทบาทเพิ่มขึ้น ครูให้ความรู้พอเป็นแนวทางให้แก่นักเรียน และให้นักเรียนต้องไปศึกษาเพิ่มเติมจากข้างนอก และนำการบ้านมาทำกันในชั้นเรียน และข้าพเจ้าคิดว่าการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันสามารถทำให้ความมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
ปฏิสัมพันธ์ คือสิ่งที่ปฎิบัติซึ่งกันและกันเช่น ในห้องเรียนภาษาอังกฤษครูจะต้องพูดภาษาอังกฤษกับนักเรียน และนี่คือตัวอย่างของคำว่าปฏิสัมพันธ์ ในปัจจุบันนี้ปฏิสัมพันธ์ของคนไทยลดน้อยลง เพราะต่างคนต่างอยู่ ต่างความคิด เลยไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆเช่นเดียวกันกับการจัดการเรียนการสอนในอดีต ครูทำหน้าที่สอนนักเรียนและนักเรียนก็จดและกลับไปอ่านหนังสือเพิ่มเติมทำการบ้านที่บ้าน ดังนั้นจึงทำให้ความมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนจึงลดน้อยลง แต่ในปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่เน้นปฏิสัมพันธ์ด้วยครูกับนักเรียนมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้นภาษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนมีมากขึ้นก็จะทำให้การเรียนการสอนเป็นไปได้ด้วยดีไม่ทำให้เด็กกล้าพูดกล้าคิดกล้าถามครูผู้สอนในเรื่องที่เรียนดังนั้นจะเห็นได้ว่าการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่เน้นปฏิสัมพันธ์จะช่วยให้มีการจัดการเอกสารที่ดีและเพิ่มความมีปฏิสัมพันธ์กับครูและนักเรียนอีกด้วย
การจัดการเรียนการสอนใน ศตวรรษที่ 21 เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและเน้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับนักศึกษาการศึกษาไทยเป็นอย่างมากเพราะว่าเมื่อก่อนการเรียนการสอนในอดีตมีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่ทำให้ความมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนลดน้อยลงแต่ในปัจจุบันนี้มีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญจึงทำให้นักเรียนมีเวลาในการอ่านหนังสือและศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องที่เรียนมากขึ้นและมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนด้วยดังนั้นการจัดการเรียนการสอนในอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นสิ่งที่ช่วยการศึกษาได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
การศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21 มีการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและครูผู้สอนมีบทบาทหน้าที่ในชั้นเรียนน้อยและให้ความรู้เพื่อเป็นแนวทางเพื่อนักเรียนจะไปศึกษาเพิ่มเติมที่บ้านและนำมาอภิปรายกับเพื่อนและครูผู้สอน ให้เด็กเกิดการเรียนรู้และรู้ว่าเด็กเกิดการเรียนรู้ว่าอะไรซึ่งมีความแตกต่างจากการเรียนการสอนในอดีตมากเพราะเมื่อก่อนครูผู้สอนจะทำหน้าที่เพิ่มความรู้ให้กับนักเรียนและให้นักเรียนจะไปทำการบ้านที่บ้านแนะนำมาส่งแต่ในปัจจุบันอุปกรณ์ให้ความรู้เพื่อเป็นแนวทางให้เดินกลับไปทำความเข้าใจและศึกษาเพิ่มเติมและมาทำการบ้านในชั้นเรียนและนอกจากนี้ครูผู้สอนยังจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เกมเพื่อเสริมความสนุกและลดความเครียดด้วย การเล่นเกมทายคําศัพท์นี้ จะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้คำศัพท์เพิ่มขึ้นอีกด้วย
การจัดการเรียนการสอนของไทยในปัจจุบัน มีการนำเกมมาใช้ในชั้นเรียนมากขึ้นเพราะเป็นสิ่งที่เราให้ผู้เรียนมีความสนใจในบทเรียน และเป็นสิ่งที่ควบคุมชั้นเรียนได้ดี ในปัจจุบันเกมที่นำมาใช้ในชั้นเรียนมัธยมนักเรียนไทยคำศัพท์ด้วยการทายคำศัพท์ และให้นักเรียนช่วยกันใช้คำศัพท์จากการนั่งดูดวงผู้มีบทบาทเป็นผู้ตัดสินจากคำตอบและแล้วอารมณ์ความสนุกของผู้เรียนจึงทำให้ผู้เรียนมีความรู้สึกชอบภาษาอังกฤษมากขึ้นและนักเรียนก็ได้รับความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์และหน้าที่ของคำศัพท์และคำอ่านคำศัพท์ที่คุณเลือกมาใช้ในการเล่นเกมนั้นจะต้องเหมาะสมกับระดับของผู้เรียนต้องสอดคล้องกับบทเรียนที่ใช้ในการเรียนการสอนและครูผู้สอนจะสอดแทรกเนื้อหาต่างคำศัพท์และไวยากรณ์เล็กน้อยเพื่อเสริมความรู้ไหมให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย ดังนั้นจะได้เห็นด้วยว่าการนำเกมต่างๆมาใช้ในการเรียนการสอนมีประโยชน์สำหรับครูผู้สอนและนักเรียนเป็นอย่างมาก
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยในอดีตมีการจัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้สอนที่สำคัญคือผู้สอนมีหน้าที่เพิ่มความรู้ให้แก่ผู้เรียนและผู้เรียนก็ได้รับการบ้านนำมาส่งแล้วก็ทำมาส่งให้ครับจัดไปได้ในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในปัจจุบันในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยครูผู้สอนทำหน้าที่ให้ความรู้เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้เรียนกลับไปศึกษาด้วยตนเองและมาช่วยกันทำการบ้านในห้องเรียนซึ่งมีความแตกต่างๆที่ถูกเชิญออกจากนี้ทุกคู่สวยๆจัดการเย็ดกันในห้องเรียนภาษาอังกฤษโดยการใช้เกมเพื่อการส่งเสริมและกระตุ้นให้นักเรียนสนใจในบทเรียนกลไกความตึงเครียด เพิ่มความสุขและความรู้ในบทเรียน แน่นอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องการปรับเพิ่มขึ้นและมีความสามัคคีในชั้นเรียนและที่สำคัญที่สุดนั่นคือมีความมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้อื่นอีกด้วยดังนั้นการใช้เกมในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมีความสำคัญ ต่อการเรียนการสอนระหว่างครูผู้สอนและผู้เรียนเป็นอย่างมาก
ในปัจจุบันประเทศไทยมีการจัดการเรียนการสอนหลายรูปแบบ แต่ในทักษะบางทักษะของผู้เรียนภาษาอังกฤษยังคงมีความอ่อนด้อยเป็นอย่างมากเช่นทักษะการแปลเพราะว่าการไปถือเป็นเรื่องสำคัญได้ยากมากเพราะว่าการแพ้หรือผู้หญิงกันไปจะต้องนำทักษะความรู้ต่างๆมาใช้ในการแปล เรื่อง Parts of Speech ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับชนิดของคำศัพท์ในภาษาอังกฤษแต่ละคำที่มีความหมายและหน้าที่แตกต่างกันดังนั้นจึงเป็นปัญหาสำหรับการแปลภาษาอังกฤษเป็นอย่างมากถ้าหากผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้ก็จะทำให้การแปลงานหรือเอกสารภาษาอังกฤษต่างๆออกมาไม่ได้และออกมาไม่ถูกต้องชัดเจน แต่ในทางกลับกัน ถ้าผู้เรียนการแปลมีความรู้ความสามารถในเรื่อง Parts of Speech ก็จะทำให้ผู้แปลสามารถแปลภาษาอังกฤษออกมาได้ดี
การแปล คือการถอดความจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาที่หนึ่ง และยังคงรักษาต้นฉบับไว้ได้เหมือนเดิม ดังนั้นนั้นเราจะได้เห็นว่าการแปลนั้น ไม่ใช่ว่าใครต่อใครก็แปลได้ เพราะว่านักแปลที่ดีต้องมีคุณสมบัติและมีความรู้รอบตัวเกี่ยวกับการแปล วรรณกรรม ฯลฯ เพื่อให้เข้าถึงความงามและความลึกซึ้งของภาษา และนอกจากนี้ ผู้แปลจะต้องเน้นเนื้อหาทางไวยากรณ์เรื่อง Parts of Speech เพราะเรื่องนี้จะอธิบายถึงความหมายและหน้าที่ของการใช้คำศัพท์ต่างๆภาษาอังกฤษพร้อมคำศัพท์คำเดียวสามารถทำหน้าที่ได้หลายหน้าที่และมีความหมายได้หลายความหมาย ไม่ว่าจะเป็นคำกริยา คำบุพบท คำคุณศัพท์ และอื่นๆ และถ้าหากผู้แปลไม่มีความรู้เรื่อง Parts of Speech แล้วก็ไม่สามารถถอดความบทความที่แปลได้ ดังนั้นคำศัพท์ซึ่งเป็นพื้นฐานของภาษาอังกฤษ และเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้แปลอีกด้วย นอกจากผู้แปลจะต้องให้ความสนใจกับเรื่อง Parts of Speech แล้วยังต้องให้ความสนใจแก่เรื่องไวยากรณ์อีกด้วย เพราะจะช่วยเสริมความรู้ความสามารถและทักษะในการแปลให้แก่ผู้แปลอีกด้วย
นักแปลปละล่าม อาชีพนี้จะเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับภาษาค้นคว้าศึกษาเกี่ยวกับรากศัพท์และลักษณะโครงสร้างทางภาษา ความสัมพันธ์ระหว่างภาษาสมัยใหม่กับภาษาโบราณ และใช้ความรู้ทางด้านภาษาในการแปลภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาหนึ่ง ทำหน้าที่ของล่ามนักแปลอาชีพมีความสำคัญต่อประเทศชาติเป็นอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 2 ยังไม่มีล่ามและนักแปลภาษาอังกฤษจึงให้ชาวมลายูแปลภาษาให้ เพราะฉะนั้นนักแต่คนเห็นความสำคัญของวิชาชีพและควรปฏิบัติให้มีคุณสมบัติของนักเรียนที่ดีและนอกจากนี้นักเรียนจะมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษและมีความรู้รอบตัวจริงจะทำให้เป็นกลายเป็นนักแปลที่ดีได้
การฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการแต่งนิทาน ในปัจจุบันการสื่อสารมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการพูดการฟังการอ่านและการเขียนอย่างมีความสำคัญเท่ากันเพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่มนุษย์ใช้ติดต่อสื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเช่นการค้าอุตสาหกรรม การเกษตร การศึกษาและอื่นๆ ต้องใช้การสื่อสารติดต่อระหว่างกัน ภาษาอังกฤษคือภาษาที่มีคนใช้มากเป็นอันดับ 3 ของโลกดังนั้นการสื่อสารภาษาอังกฤษจึงมีความสำคัญต่อประเทศไทยเป็นอย่างมากเพราะว่าประเทศไทยเป็นภาษาที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆดังนั้นการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยจึงมุ่งให้ผู้เรียนมีความสามารถในด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในการจัดอบรมมีวิธีที่จะช่วยให้ผู้เรียนมีความสามารถในการพูดและฟังด้วยการให้ผู้เรียนแต่งนิทานภาษาอังกฤษสดๆคนละหนึ่งประโยค ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเต็มที่ในการพูดและฟัง
การแต่งนิทานภาษาอังกฤษหน้าห้องเรียนมีความสำคัญเป็นอย่างมากโดยครูให้นักเรียนสุ่มลูกฟุตบอลเมื่อเพลงจบ ลูกฟุตบอลอยู่ที่ใคร คนนั้นจะต้องออกไปแต่งนิทานหน้าชั้นเรียน โดยครูแต่งประโยคให้และนักเรียนก็ช่วยกันแต่งจนครบ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องแต่งคนละ 1 ประโยคเท่านั้น ดังนั้นต้องเรียนอย่างเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ และการทำแบบนี้จะทำให้ผู้เรียนคิดประโยคภาษาอังกฤษได้หลายรูปแบบให้ผู้เรียนก็จะได้รับคำศัพท์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นและได้พัฒนาทักษะการพูดและการฟังให้แก่ผู้เรียนอีกด้วย เมื่อหลังจากเล่นเกมเสดแล้วถ้านักเรียนเรียกร้องให้เล่นเกมอีก ครูผู้สอนก็ไม่ควรจะจัดการเล่นเกมอีก เพราะถ้าเล่นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 เด็กจะเบื่อ และจะทำให้การจัดการเรียนการสอนในครั้งต่อไปเป็นไปอย่างไม่สะดวก ดังนั้นผู้สอนควรจะต้องสร้างขอบเขตของการเล่นเกมเพื่อให้เกิดปัญหาการเรียกร้องจากนักเรียนจะเห็นได้ว่าการให้เด็กออกมาจากนิทานช่วยกันแต่งนิทานนั้นมีความสุขสันต์อ่าวนึกว่าเหมือนๆนอกจากนี้ยังเพิ่มความสามารถทางการคิดการพูดการฟังภาษาอังกฤษด้วย
นิทานภาษาอังกฤษนิทานที่เหมาะสำหรับผู้อ่านในวัยเด็กก็สามารถช่วยให้ผู้อ่านมีจินตนาการในขณะที่อ่านได้ดีและมีพัฒนาทักษะการอ่านให้แก่ผู้อ่านอีกด้วยดังนั้นเมื่อเรานำนิทานมาใช้ในการเรียนการสอนโดยเปลี่ยนแปลงจากการเป็นการพูดแทนหรือให้ผู้อ่านหรือผู้เรียนแล้วออกมาสวยคนละ 1 ประโยคเพราะถ้าหากน้ำที่ทำให้ผู้อ่านอ่านตามผู้ใหญ่ก็จะเกิดความรู้สึกเบื่อได้ดังนั้นถ้าหากวันนั้นที่ทำให้ผู้เรียนแต่งกันเองก็จะช่วยให้ผู้เรียนมีความคิดเป็นของตัวเองให้มีทักษะการคิดการพูดการฟังให้ดีอีกด้วยเพราะฉะนั้นการนำนิทานมาช่วยเสริมในบทเรียนก็จะทำให้ในห้องเรียนมีความสุขสนาน แล้วก็ลดความเบื่อหน่ายและก็มีประโยชน์สำหรับครูผู้สอนเป็นอย่างมาก และนักศึกษาที่จะเป็นครูในอนาคต ควรจะศึกษาเทคนิคการสอนดังกล่าวมาบูรณาการเข้ากับบทเรียน และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในอนาคต และพัฒนาวิธีสอนอย่างต่อเนื่องจึงจะทำให้การศึกษาไทยให้เจริญขึ้นมากกว่าเดิม